แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เที่ยวเชียงราย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เที่ยวเชียงราย แสดงบทความทั้งหมด

ทะเลสาบเชียงแสน หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย

มีเนื้อที่ทั้งหมด 2,711 ไร่ ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เมื่อปี พ.ศ. 2528 เดิมเป็นเพียงหนองน้ำขนาดเล็ก จนมีการสร้างฝายกั้นทางน้ำ ทำให้น้ำเอ่อล้น จนเกิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ในฤดูหนาวจะมีอากาศเย็นสบายและหมอกลอยปกคลุมทั่วไป ทะเลสาบเขียงแสนยอังเป็นแหล่งดูนกที่มีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะนกเป็ดน้ำที่ย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาว หลายชนิดเป็นนกหายาก เช่นเป็นแมนดาริน เป็ดเทาก้านดำ เป็ดเบี้ยหน้าเขียว เป็ดหัวเขียว เป็นต้น บริเวณทะเลสาบมีรีสอร์ทเอกชนให้พักหลายแห่ง การเดิทาง จากตังเมืองเชียงแสน ใช้ทางหลวงหมายเลข 1016 ประมาณ 5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายที่กิโลเมตรที่ 27 เข้าไปอีก 2 กิโลเมตร หรือนั่งรถโดยสารจากเชียงราย ไปอำเภอเชียงแสนแล้วต่อรถสามล้อเครื่อง

ทะเลสาบเชียงแสน หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย

มีเนื้อที่ทั้งหมด 2,711 ไร่ ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เมื่อปี พ.ศ. 2528 เดิมเป็นเพียงหนองน้ำขนาดเล็ก จนมีการสร้างฝายกั้นทางน้ำ ทำให้น้ำเอ่อล้น จนเกิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ในฤดูหนาวจะมีอากาศเย็นสบายและหมอกลอยปกคลุมทั่วไป ทะเลสาบเขียงแสนยอังเป็นแหล่งดูนกที่มีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะนกเป็ดน้ำที่ย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาว หลายชนิดเป็นนกหายาก เช่นเป็นแมนดาริน เป็ดเทาก้านดำ เป็ดเบี้ยหน้าเขียว เป็ดหัวเขียว เป็นต้น บริเวณทะเลสาบมีรีสอร์ทเอกชนให้พักหลายแห่ง การเดิทาง จากตังเมืองเชียงแสน ใช้ทางหลวงหมายเลข 1016 ประมาณ 5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายที่กิโลเมตรที่ 27 เข้าไปอีก 2 กิโลเมตร หรือนั่งรถโดยสารจากเชียงราย ไปอำเภอเชียงแสนแล้วต่อรถสามล้อเครื่อง

สบรวก (สามเหลี่ยมทองคำ)

อยู่ห่างจากอำเภอแม่สาย ๒๘ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๑๒๙๐ เป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงและแม่น้ำรวกมาบรรจบกัน หรือที่เรียกว่า สบรวก เป็นพรมแดนระหว่างประเทศไทย ลาว พม่า บริเวณนี้เคยมีการค้าฝิ่น โดยแลกเปลี่ยนกับทองคำ ทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงบริเวณนี้มีความงดงามโดยเฉพาะยามเช้าที่ดวงอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางสายหมอกด้านฝั่งพม่า และลาว นักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือเที่ยวชมทิวทัศน์จุดบรรจบของพรมแดนไทย ลาว และพม่า ค่าเช่าเรือประมาณ ๓๐๐–๔๐๐ บาท นั่งได้ ๖ คน ถ้าต้องการนั่งชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขงไปไกลถึงเชียงแสนและเชียงของ ก็สามารถหาเช่าเรือได้ แต่ค่าเรือขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกล นักท่องเที่ยวที่สนใจล่องแม่น้ำโขงไปเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศจีน เช่น สิบสองปันนา คุนหมิง สามารถติดต่อกับบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดเชียงรายได้ หากต้องการจะชมทิวทัศน์มุมกว้างของสามเหลี่ยมทองคำบริเวณสบรวกและเพื่อนบ้าน ต้องขึ้นไปบนดอยเชียงเมี่ยง ที่อยู่ริมแม่น้ำโขง


ข้อความจาก :www.mediathai.net

พระธาตุดอยปูเข้า

ตามเส้นทางเชียงแสน - สบรวก แยกซ้ายก่อนถึงสามเหลี่ยมทองคำเล็กน้อย รถยนต์สามารถขึ้นไปถึงยอดเขา หรือจะเดินขึ้นบันไดก็ได้ พระธาตุดอยปูเข้านี้ สร้างขึ้นบนดอยเชียงเมี่ยง ริมปากน้ำรวก เมื่อ พ.ศ. 1302 ในสมัยพระยาลาวเก้าแก้วมาเมือง กษัตริย์องค์ที่ 2 แห่งเวียงหิรัญนครเงินยาง โบราณสถานประกอบด้วยพระวิหาร และกลุ่มเจดีย์ที่พังทลาย ก่อด้วยอิฐมีร่องรอยการตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น นอกจากนี้บนดอยเชียงเมี่ยงยังเป็นจุดชมวิว สามารถมองเห็นสามเหลี่ยมทองคำได้ชัดเจน



ข้อความจาก :www.mediathai.net

วัดสังฆาแก้วดอนหัน

อยู่ถนนเลียบแม่น้ำเชียงแสน - เชียงของ ใกล้วัดพระธาตุจอมกิตติ มีประวัติตามตำนานว่า สร้างโดยพระเจ้าลวจักราช เมื่อต้นพุทธศตวรรษที่ 12 แต่หลักฐานที่พบแสดงว่ามีอายุอยู่ในช่วงไม่เกินพุทธศตวรรษที่ 21 กรมศิลปากรได้ขุดพบหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญมากมาย โดยเฉพาะภาพขูดขีดบนแผ่นอิฐเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับทศชาติตอนเวสสันดรชาดก เช่น พระเวสสันดรเดินป่า ชูชกเฝ้าพระเวสสันดร เป็นต้น ลักษณะของภาพเป็นการเขียนลงบนอิฐก่อนการเผา ที่น่าสนใจคือ อิฐดังกล่าวถูกนำมาก่อเป็นผนังและฉาบปูนปิดทับ คงเนื่องจากความศรัทธาของชาวบ้านผู้สร้างวัดถวายมากกว่าเจาะจงให้คนมาชม นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนจิตรกรรมฝาผนังที่หลุดพังมาจากผนังวิหาร มีสภาพแตกหักแต่ยังคงเหลือลักษณะของสีและตัวภาพซึ่งใช้สีชาดและสีแดงเพียง 2 สี นับได้ว่าเป็นการค้นพบที่สำคัญทางวิชาการอย่างยิ่ง


ข้อความจาก :www.mediathai.net

หอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ

หอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ ตั้งอยู่ในพื้นที่ประมาณ 250 ไร่ ห่างจากอำเภอเชียงแสนประมาณ 10 กิโลเมตร ตัวอาคารล้อมรอบด้วยสวนอันสวยงาม เป็นศูนย์นิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมาของฝิ่นเมื่อสมัยที่มีการใช้กันอย่างถูกกฏหมายและผลกระทบของการเสพติดฝิ่น อีกทั้งยังทำหน้าที่ศูนย์ข้อมูลเพื่อการค้นคว้าวิจัยและการศึกษาต่อเนื่องในหัวข้อฝิ่น สารสกัดจากฝิ่นในรูปแบบต่างๆและยาเสพติดอื่นๆ หอฝิ่นจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ระหว่างเวลา 08.30-16.00 น. ค่าเข้าชมบุคคลทั่วไป ต่างชาติ 300 บาท คนไทย 200 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 50 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 50 บาท (เฉพาะคนไทย)เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ฟรี


ข้อความจาก :www.mediathai.net

วัดพระธาตุเจดีย์หลวง อำเภอเชียงแสน

ตั้งอยู่ติดกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน สร้างโดยพระเจ้าแสนภูเมื่อประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ 19 โบราณสถานประกอบด้วย เจดีย์ประธานทรงระฆังแบบล้านนา เป็นเจดีย์ใหญ่ที่สุดในเชียงแสน นอกจากนี้ยังมีพระวิหารที่เก่ามากซึ่งพังทลายเกือบหมดแล้ว และเจดีย์รายแบบต่างๆ 4 องค์

ข้อความจาก :www.mediathai.net

การท่องเที่ยวชายแดนไทย-ลาว-พม่า

จุดผ่านแดนจังหวัดเชียงรายมี 3 จุด คือ
1. ด่านอำเภอเชียงแสน ฝั่งตรงข้ามคือด่านเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ห่างจากอำเภอเมืองเชียงราย 60 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่บริเวณท่าเรือหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน เป็นจุดเดินทางท่องเที่ยวตามลำน้ำโขงโดยทางเรือไปถึงเชียงรุ้ง สิบสองปันนาจีนตอนใต้
2. ด่านอำเภอเชียงของ ฝั่งตรงข้ามคือด่านเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ห่างจากอำเภอเมืองเชียงราย 114 กิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือบั๊ก เป็นจุดข้ามไปท่องเที่ยวเมืองห้วยทราย และเดินทางตามลำน้ำโขงโดยทางเรือไปถึงหลวงพระบางและเวียงจันทน์ สปป.ลาว แล้วกลับเข้าประเทศไทยที่จังหวัดหนองคาย (เรือเร็วออกเดินทางช่วงเช้า นั่งได้ 5 คน ๆ ละ 800 บาท ใช้เวลา 5 ชั่วโมง เรือสินค้าออกเดินทางช่วงบ่ายคนละ 300 บาท ใช้เวลา 2 วัน 1 คืน)
3. ด่านอำเภอแม่สาย ฝั่งตรงข้ามคือด่านท่าขี้เหล็ก สหภาพพม่า ห่างจากอำเภอเมืองเชียงราย 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง ตั้งอยู่เชิงสะพานข้ามแดนไทย-พม่า เป็นตลาดชายแดนไทย-พม่า และเป็นจุดเดินทางท่องเที่ยวไปเชียงตุงได้ โดยทางรถยนต์

หนังสือเดินทางสำหรับการเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในลาว-พม่า
1. หนังสือเดินทาง (Passport) สำหรับประชาชนทุกสัญชาติที่มีวีซ่า สปป.ลาว-สหภาพพม่า สามารถเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศทั้งสองได้เป็นเวลา 15 วัน
2. หนังสือผ่านแดนชั่วคราว (Temporary Border Pass) สำหรับประชาชนสัญชาติไทยที่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยใช้ผ่านแดนได้เพียงครั้งเดียว รวมทั้งให้บุตรที่อายุไม่เกิน 12 ปี มีชื่อร่วมอยู่ในหนังสือผ่านแดนนี้ได้ด้วย อนุญาตให้พำนักอยู่ในพื้นที่ชายแดน แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ได้ 3 วัน และเข้าเมืองท่าขึ้เหล็ก สหภาพพม่าได้ 7 วัน (เข้าจุดไหนต้องออกจุดนั้นและหากเดินทางออกนอกพื้นที่ชายแดนตามที่ได้ระบุไว้นี้ จะต้องได้รับโทษตามกฎหมายของ สปป.ลาวและสหภาพพม่า)

2.1 เอกสารที่ต้องใช้ สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือบัตรอื่น ๆ ที่ทางราชการออกให้ ถ้าเข้าสปป.ลาว ต้องใช้รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป และค่าแบบฟอร์ม 15 บาท สำหรับสหภาพพม่าไม่ต้องใช้รูป

2.2 สถานที่ขอหนังสือฯ ขอได้ที่ ที่ว่าการอำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ และสถานที่ที่จังหวัดกำหนด สำหรับอำเภอแม่สายขอได้ที่ทำการเอกชนที่ได้รับอนุญาตจากอำเภอแม่สายแล้ว หรือติดต่อชมรมบัตรผ่านแดนอำเภอแม่สาย โทร. (053) 642636

ข้อความจาก :www.mediathai.net

เชียงราย เมืองน่าเที่ยว น่ามาอยู่ถาวรจริงๆ

สูงสุดยอดเมืองสยาม นั่นคือ จังหวัดเชียงรายนั่นเองครับ จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดท่องเที่ยวอีกจังหวัดนึง ที่มีแหล่งท่องเที่ยว ที่น่าสนใจหลายสถานที่ เช่น ที่คุ้นๆหูพวกเรา เลย ดอยตุง พระตำหนักดอยตุง พระธาตุดอยตุง สำหรับผู้ที่เกิดปีหมู หรือปีกุน, ตลาดแม่สาย ผ่านข้ามด่านชายแดนไปซื้อของฝั่งประเทศพม่า, สามเหลี่ยมทองคำ, วัดร่องขุ่น, และที่น่าสนใจในฤดูฝนอย่างนี้ ก็คงเป็นอุทยานแห่งชาติครับ ด้วยเชียงรายซึ่งมีภูิมิประเทศเป็นภูเขา ซะส่วนมาก ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่จะล้อมรอบไปด้วยสีเขียว ต้นไม้ ใบไม้ และอาชีพคนส่วนใหญ่ยังเป็นการทำเกษตร ซึ่งถือได้ว่ายังคงมีการรักษาสภาพธรรมชาติดั่งเดิมไว้ได้อยู่ เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักผ่อนกับธรรมชาติจริงๆ รวมๆ แล้ว ผมว่าน่าฝนนี้เชียงรายก็เป็นอีกสถานที่ที่ต้องอยู่ในโปรแกรมของคุณที่ชอบการท่องเที่ยวธรรมชาติ และแบบผจญภัยครับ.....

ดอยวาวี-ดอยช้าง

ขึ้น “ดอยวาวี” รักกาแฟเสียดายชา ต้องเสน่ห์มนต์ตรา...ซากุระบาน กลางฤดูเหมันต์ สายลมหนาวพัดยะเยือก.. มีบ้างบางคนเมื่อลมหนาวมาเยือน จิตใจมักอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว ส่วนบางคนกลับรู้สึกหัวใจอบอุ่นพร้อมทั้งอยากเดินทางไปสัมผัสกับธรรมชาติอันหนาวเหน็บตามดอยสูง ภูสวย ....แม้จะยิ่งสูงยิ่งหนาว แต่ยิ่งสูงยิ่งหนาวถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของมนุษยชาติ แม้จะยิ่งสูงยิ่งท้าทาย แต่ความท้าทายในหลายพื้นที่มีความงดงามปรากฏอยู่ เฉกเช่นดัง “ดอยวาวี” ใน อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ที่นับเป็นหนึ่งในดอยที่มีบรรยากาศโรแมนติกไม่ใช่น้อย เพราะดอยแห่งนี้ยามหน้าหนาว ดอกซากุระจะพากันผลิดอกบานย้อมบริเวณที่ปลูกเป็นสีชมพูสดใส ดูเพลินใจ เพลินตา
ดอกซากุระที่นี่ไม่ใช่ดอกซากุระจากแดนอาทิตย์อุทัยหากแต่เป็นซากุระเมืองไทยหรือต้นนางพญาเสือโคร่งที่ยามคลี่กลีบแย้มบานพร่างพราวเต็มต้น ความงดงามไม่ได้เป็นรองซากุระจากแดนอาทิตย์อุทัยแต่อย่างใด ซากุระเมืองไทยเป็นพันธุ์ไม้ป่าตระกูลเดียวกับบ๊วย ท้อ พลัม เชอรี่ หรือ ซากุระ พบในที่สูง อากาศหนาวเย็นตามยอดดอยในภาคเหนืออย่าง เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และน่าน ซึ่งปัจจุบันตามสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆ แห่งจะมีซากุระจะมีซากุระเป็นนางเอกชูโรงในหน้าหนาว อาทิ ดอยอ่างขาง ดอยแม่สลอง ดอยอินทนนท์ ขุนวาง แม่จอนหลวง

ตระการตา ซากุระบาน ว่ากันว่าดอยวาวีที่ตั้งอยู่บนทิวเขาอันสลับวับซ้อนแห่งเทือกเขาผีปันน้ำตะวันตกเป็นอาณาจักรแห่งซากุระ (ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย) เพราะมีการปลูกซากุระมากถึง 400,000 ต้นเลยทีเดียว สำหรับจุดชมความงามของซากุระที่ดอยวาวีนั้นอยู่ที่ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย 2 (สถานีทดลองเกษตรที่สูงวาวี) บน “ดอยช้าง” เขาลูกหนึ่งแห่งดอยวาวี ที่มีรูปร่างเหมือนช้างสองแม่ลูก
สถานีฯ วาวีแห่งนี้ถึงแม้จะเดินทางขึ้นลำบากเพราะต้องนั่งรถขับเคลื่อน 4 ล้อขึ้นไป แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าต่อการเดินทางยิ่งนัก เพราะในสถานีแห่งนี้ครบเครื่องทั้งเรื่อง “ชม” เรื่อง “ชิม” และเรื่อง “ช้อป” (เล็กๆ) ด้วย แถมยังเป็นแหล่งศึกษาดูงานท่องเที่ยวเชิงเกษตรอันสวยงามแห่งหนึ่งของเชียงราย ซึ่งก่อนที่จะไปชมสิ่งที่น่าสนใจภายในสถานีฯ แห่งนี้ “ผู้จัดการท่องเที่ยว” ขอเติมพลังด้วยการจิบกาแฟสดดอยช้าง (ฟรี) ซึ่งนี่คือ สุดยอดกาแฟคุณภาพ ของเมืองไทย เป็นกาแฟพันธุ์อาราบริก้าที่ให้กลิ่นหอมกรุ่นพร้อมด้วยรสชาติอันเข้มข้นถึงใจ
ใครที่เป็นคอกาแฟรสเข้มไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ส่วนใครที่ชิมกาแฟดอยช้างแล้วติดใจจะซื้อมาชงดื่มต่อที่บ้านก็เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง เพราะดื่มกาแฟขับรถ ตำรวจไม่จับแต่อย่างใด “ผู้จัดการท่องเที่ยว” หลังจุใจกับการเติมพลังกาแฟไล่ความง่วงแล้ว ต่อจากนั้นก็เป็นการเดินทอดน่องชมสิ่งสวยๆ งามๆ ในสถานีฯ วาวี ที่ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200-1,500 เมตร มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี อบอวลไปด้วยบรรยากาศอันสวยงามของแปลงไม้เมืองหนาว อาทิ ดอกกระดาษ ป๊อปปี้ พิทูเนีย ซัลเซีย บิโกเนีย ลำโพงขาว กุหลาบพันปี ฯลฯ อีกทั้งยังมีว่านสี่ทิศหลายสายพันธุ์ ทั้งสีแดง ชมพู ที่ออกดอกชูช่อไปทั่วทั้งแปลง ส่วนที่ถือเป็นไฮไลต์หรือนางเอกแห่งวาวีดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น ซึ่งหนึ่งปีบานเพียงครั้งเดียวในช่วงหน้านาวระหว่างเดือน ม.ค.-ก.พ. ก็คือ ซากุระเมืองไทย ที่หากไปถูกช่วงถูกเวลาแล้วเราจะพบดอกซากุระออกดอกชมพูสดใสบานสวยงามเต็มทั่วสถานีฯ ไปหมด ไม่เพียงแต่ดอกซากุระสีชมพูเท่านั้นแต่บนดอยช้างมีดอกซากุระสีขาวให้ชมอีกด้วย และถ้าใครไปถูกจังหวะเวลาก็จะได้ชิมและช้อปผลไม้เมืองหนาวอย่าง สตรอเบอร์รี่ ท้อ บ๊วย สาลี่ พลัม สดๆ ใหม่ๆ ที่เพิ่งเก็บจากต้น สำหรับบ๊วยนั้นถึงแม้จะเป็นผลไม้ชื่อไม่เพราะแต่ว่าไม่เพียงมีรสชาติยอดเยี่ยมเท่านั้น ดอกบ๊วยสีขาวที่บานสะพรั่งเต็มต้นช่วงหน้าหนาวนั้นก็สวยงามไม่เบา แถมยามมองไกลๆ ดอกบ๊วยจะดูคล้ายดอกซากุระขาวไม่น้อย (เป็นพืชตระกูลเดียวกัน) จนหลายๆ คนเข้าใจผิดคิดว่าเจ้าดอกบ๊วยเป็นดอกซากุระขาวไป
นอกจากไม้เมืองหนาวสวยๆ งามๆ แล้วในสถานีฯ วาวี ยังมีพุทธอุทยาน อันเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปสมเด็จพระพุทธสิกชี สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่สถานีฯ ท่ามกลางสวนไผ่และพันธุ์ไม้ป่าที่ร่มรื่นแต่แฝงไว้ด้วยความขรึมขลังเปี่ยมศรัทธา กลางพุทธอุทยานมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 9 แห่ง ที่นำไปทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาฯ ซึ่งมีน้ำใสสะอาดไหลเย็นฉ่ำทั้งปีไม่เคยเหือดแห้ง หลายๆคนนิยมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์มาล้างหน้าล้างตาดื่มกินเพื่อเสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิต จุดน่าสนใจบนดอยช้างยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะจากพุทธอุทยานขึ้นเขาไปอีกราว 2 กม. ก็จะเป็นจุดชมวิวบนยอดดอยช้างบนระดับความสูงประมาณ 1,700 เมตร “ผู้จัดการท่องเที่ยว” เมื่อขึ้นมาพานพบก็รู้สึกผูกพันทันทีเพราะเสน่ห์ของภูมิทัศน์บนจุดชมวิวดอยช้างช่างสวยงามนัก งามทั้งสวนประดับที่มีไม้เมืองหนาวขึ้นเรียงรายเสริมแต่งองค์ประกอบให้กันอย่างลงตัว งามทั้งทิวทัศน์ของทะเลภูเขาอันสลับซับซ้อนมองเห็นทั้งเชียงราย เชียงใหม่ และเมืองยอนของพม่า ยิ่งยามที่อาทิตย์อัศดง (ในวันที่ท้องฟ้าเป็นใจ) บนดอยช้างนี่ยิ่งดูงดงามจับใจ เพราะมีทั้งมุมกว้างของทะเลภูเขาหรือมุมที่มีฉากหน้าของต้นไม้สวยๆ งามๆ ให้เลือกถ่ายรูปกันเต็มใจชอบ
....ดวงตะวันแม้จะจับไม่ได้ไปไม่ถึง แต่ก็สามารถเก็บไว้ในภาพถ่าย ภาพเขียน และเก็บไว้ในความทรงจำได้...

ยลวิถีชนเผ่าเคล้าชารสเลิศ บนดอยวาวียังมีความเป็นเอกอุอีกอย่างหนึ่งที่ชวนให้ “ผู้จัดการท่องเที่ยว” หลงใหล หลงรส นั่นก็คือ เสน่ห์แห่ง “ชา” ที่ชาวบ้านบนดอยวาวีปลูกกันเป็นอาชีพหลักอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เพราะที่มีมีชาวจีนฮ่อหรือจีนยูนนานมาอาศัยอยู่ยุคเดียวกันกับกองพล 93 ที่ดอยแม่สลอง (ที่ขึ้นชื่อเรื่องชาเช่นกัน) ส่งผลให้ดอยวาวีนิยมปลูกชากันมาก ชาบนดอยวาวีมีทั้งชาพันธุ์พื้นเมืองสายพันธุ์ “อัสสัม” ชาสายพันธุ์ไต้หวันอย่างชิงชิง เบอร์ 12, 13 และ ชา “อู่หลง” ที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง เพราะดอยวาวีถือเป็นแหล่งปลูกชาอู่หลงแห่งแรกของเมืองไทย เครดิตนี้ “ผู้จัดการท่องเที่ยว” ขอยกให้กับ ลุงพังโก : พินิจ พิทักษ์วารี ชายอายุ 60 กว่าๆ ผู้ที่ติดใจในรสชาติชาอู่หลงจนถึงขนาดแอบลักลอบนำต้นชาอู่พันธุ์ดีหลงเข้ามาปลูกในเมืองไทย เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว และลองผิดลองถูกอยู่ 8 ปี จนปัจจุบันได้พัฒนาเป็นชาอู่หลงแบบไทยๆ ที่รสชาติยอดเยี่ยมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอู่หลงของไต้หวันแถมยังส่งไปตีตลาดที่ไต้หวันอีกด้วย
แม้ไม่ใช่ผู้พิศมัยชาในระดับแฟนพันธุ์แท้ แต่เมื่อเราได้ลิ้มลองชาอู่หลงก้านอ่อนบนดอยวาวีแล้ว บอกได้คำเดียวว่า “ยอดเยี่ยมนัก” เพราะกลิ่นชาหอมกรุ่น ส่วนรสชาติก็กลมกล่อมละมุนละไม แถมยังได้สาวๆ ชาวจีนฮ่อหน้าตาจิ้มลิ้มมาชงชาและสอนวิธีดื่มชาให้อีก ก็ยิ่งให้ชาที่ดื่มมีรสหวานหอมเป็นพิเศษ จนเราอดไม่ได้ต้องซื้อติดมือกลับมาชงดื่มต่อที่กรุงเทพฯ ทั้งๆ ที่เป็นคนพิศมัยการดื่มสุรามากกว่าการดื่มชา
นอกจากจะมีชาให้ชิมให้ช้อป (หาซื้อหาชิมได้ตามร้านขายชาทั่วไป) แล้วดอยวาวียังมีชาให้ชมอีกด้วยซึ่งนอกจากไร่ชาที่ชาวบ้านปลูกเรียงรายลดหลั่นไปตามไหล่เขาแล้ว ดอยวาวี ยังมีต้น “ชาพันปี” ที่บ้านใหม่พัฒนาเป็นหนึ่งในจุดสนใจทางการท่องเที่ยว ชาพันปีต้นนี้วัดเส้นรอบวงบริเวณโคนต้นได้ 150 ซม. สูงถึง 20 เมตร เป็นชาสายพันธุ์อัสสัมที่ขึ้นเองตามธรรมชาติบนดอยวาวีมาช้านานแล้ว ชาวบ้านนิยมนำใบมาทำ ”เมี่ยง” กินให้ความกระชุ่มกระชวย บนดอยวาวียังไม่หมดของดีเพียงเท่านี้ เพราะการที่ดอยแห่งนี้มีชนเผ่าอาศัยอยู่ถึง 13 เผ่า อาทิ อาข่า (มีอยู่เอยะที่สุด) มูเซอ ลีซอ เย้า กะเหรี่ยง จีนฮ่อ และเผ่าอื่นๆ ก็ทำให้ดอยแห่งนี้มีวัฒนธรรมและประเพณีการแต่งกาย บ้านเรือน และภาษา ของแต่ละชนเผ่าที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป แต่ว่าทุกคนบนดอยวาวีต่างก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติที่โอบล้อม
สำหรับหาวนี้ หนาวหน้า หรือช่วงเวลาไหนๆ อยากไปเที่ยวชมดอยวาวีก็สามารถหาเวลาเดินทางไปกันได้แม้ดอยวาวีจะอยู่บนพื้นที่ยิ่งสูงยิ่งหนาว แต่ว่าก็เป็นความสูงและความหนาวที่มากไปด้วยเสน่ห์อันชวนหลงใหลเป็นอย่างยิ่ง ดอยวาวี ตั้งอยู่ใน อ.แม่สรวย จ.เชียงราย จากตัวเมืองเชียงราย ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (เชียงราย-พะเยา) ประมาณ 22 กม. จะถึงทางแยกไปอำเภอแม่สรวย ให้เลี้ยวขวาและเดินทางต่อไปตามถนนหมายเลข 118 (เชียงราย-เชียงใหม่) อีกประมาณ 30 กม. ก็จะถึงสามแยกบ้านตีนดอย ที่เป็นเส้นทางขึ้นไปเที่ยวตามจุดต่างๆ บนดอยวาวี ซึ่งเส้นทางท่องเที่ยวบางแห่งเป็นถนนลูกรัง คดเคี้ยวและสูงชัน ต้องนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อขึ้นไป (ควรสอบถามเส้นทางก่อน) หน้าหนาวนี้ (2550) เจ้าหน้าที่สถานีฯ วาวี บอกว่าดอกซากุระจะบานระหว่างวันที่ 15 ม.ค. – 15 ก.พ. (บวก-ลบ 1 สัปดาห์)
แหล่งข่าว: หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ประจำวันศุกร์ ที่ 12 มกราคม 2550 ปีที่ 17 ฉบับที่ 5023 (5021) หน้า 38 คอลัมน์ ผู้จัดการท่องเที่ยว สถานที่ติดต่อ :: อบต.วาวี โทร. 053-605950, สมาคมท่องเที่ยวเชียงราย โทร. 053-601299, 053-715690 และสถานีฯ เกษตรวาวี โทร. 053-605932, 053-605934

ข้อมูล ของฝาก,สินค้าหัตถกรรม,OTOP จังหวัดเชียงราย #2

เชียงรายคาเพ็ด
ที่อยู่ จำหน่าย พรม (ทุกชนิด) ถ.พหลโยธิน อ.เมือง จ.เชีงราย (จากเมืองก่อนถึงสะพานแม่น้ำกก)
เบอร์โทร 053-713206

เชียงราย OTOP (ศูนย์ OTOP เชียงราย)
ที่อยู่ จำหน่าย สินค้าหัตถกรรม หรือ OTOP ศูนย์ OTOP เชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย
เบอร์โทร 053-740158

ดอยดินแดง
ที่อยู่ จำหน่าย เครื่องปั้นดินเผา บ้านป่าอ้อ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย
เบอร์โทร 053-705291 แฟ็กซ์ 053-706128

เอสพี เซรามิก (SP Ceramic)
ที่อยู่ จำหน่ายสินค้าเซรามิก บริเวณไนท์บาซ่าร์เชียงราย ถ.พหลโยธิน อ.เมือง จ.เชียงราย
เบอร์โทร 081-5688102

ทีเอส จิวเวลรี่ แอนด์ แอนติก(TS. Jewelry & Antique)
ที่อยู่ จำหน่าย เครื่องประดับและแหล่งรวบรวมของเก่า บริเวณไนท์บาซ่าร์เชียงราย ถ.พหลโยธิน อ.เมือง จ.เชียงราย
เบอร์โทร 053-711050

บ้านผลไม้
ที่อยู่ จำหน่าย ผักและผลไม้อบแห้ง (OTOP 5 ดาว ) 232/75 ม.8 ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย 57000
เบอร์โทร 081-6721513 , 081-8853459, 053-746786 แฟ็กซ์ 053-746786

กลุ่มแปรรูปผลไม้กรอบ
ที่อยู่ จำหน่าย ผลไม้แปรรูป อบกรอบ 38 หมู่ที่ 2 บ้านป่ายางมน ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57100
เบอร์โทร 053 742426, 081 8273455 แฟ็กซ์ 053 742426

กลุ่มเครื่องประดับเงิน
ที่อยู่ จำหน่าย เครื่องประดับเงิน 49/8 หมู่ 4 ตำบลท่าสาย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57000
เบอร์โทร 053 701021

ร้านสุจินต์หมูยอ
ที่อยู่ 425/8 ถ.บรรพปราการ อ.เมือง จ.เชียงราย 57000
เบอร์โทร 053-712477,086-7318411 แฟ็กซ์ 053-715209